บทที่ 18 EP 3/4 ในรถในราก็ไม่เว้น

“มีแฟนแล้วแต่ยอมให้ฉันจูบเนี่ยนะ ตลก!”

“ทำไมคะ ทีคุณก็ไม่คิดจะรักกัน ยังมาจูบริษาเลย”

“หึ! แสดงว่ากับแฟนคงจูบกันด้วยความรักสินะ”

“ค่ะ ทั้งรัก...ทั้งหลง”

“ถ้าทั้งรักทั้งหลง ป่านนี้คงไม่ได้แค่จูบแล้วมั้ง คงจะไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วสิ”

ริษาไม่ตอบคำถาม เธอแค่ยิ้มเยาะเขาไปทีหนึ่ง รอยยิ้มเย็นชาที่ภากรแลเห็นแล้วเสียวแปลบที่สันหลัง

“บอกฉันว่าเธอโกหก พูดเดี๋ยวนี้ริษา เธอยังไม่มีใคร บอกฉัน!”

คนถูกถามไม่ปริปากแม้สักครึ่งคำ มันสนุกออกที่ได้ยั่วโมโหเขาอย่างนี้ คิดว่าตัวเองป่วนความรู้สึกเธอได้ฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ

“เออ...ดี! งั้นก็แฟร์ๆ ผู้หญิงร้ายๆ กับผู้ชายชั่วๆ สมกันแล้วนี่ เรามาเป็นชู้กันเถอะ มาสนุกให้ลืมโลกไปเลย!” 

เขาประกาศใส่หน้าคนที่บังอาจโต้วาจากับเขาอย่างไม่รู้ชะตากรรม หล่อนท้าทายเขาด้วยรอยยิ้มแสนเย็นชา และเขาจะตอบแทนหล่อนให้สาสมทีเดียว ร้ายกาจนักหรือ มีแฟนแล้วยังมาทอดกายให้เขาเชยชม ดี! เป็นชู้นี่แหละดีที่สุดแล้ว!

แขนข้างหนึ่งของภากรช้อนเข้าใต้สะเอวของริษา เพื่อจัดท่วงท่าให้เหมาะแก่สถานที่อันคับแคบ ตรงงนี้ไม่มีผู้ใด ท่ามกลางถนนสายเปลี่ยวที่มืดมิด มีเพียงเขากับหล่อนเท่านั้นที่กำลังจะบรรเลงเพลงรักอย่างครื้นเครง

“กลิ่นเธอยั่วฉันชะมัด!” 

เสียงเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา เขาโน้มหน้าลงมา เลิกชายกระโปรงของหล่อนขึ้นแล้วซุกหน้าลงไปหามัน

ริษาครางออกมาอย่างลืมอาย ยามที่แผ่นลิ้นสากระคายเริ่มปาดขึ้นลงที่กลางร่องอันชุ่มชื้น ความเสียวกระสันก็แล่นพล่านทั่วร่างเธอ มันสยิวไปทั่วผิวเนื้อ มันทรมานแต่ก็ซ่านสุข จำต้องกดศีรษะเขาไว้แน่นๆ มิให้เขาละทิ้งมันไป เธอรับรู้ได้ถึงปากอุ่นที่จูบซับกลีบร่องอันนุ่มอ่อน ให้เขาดูดชิมมันซ้ำๆ เถอะ ให้เขากระทำต่อเธอจนสาแก่ใจเลย

นานหลายนาทีที่ความเสียวกระสันทำร้ายริษาให้ต้องส่งเสียงคราง เหมือนว่าประสาทรับรู้ทั้งหมดไปออที่จุดนั้น ปลายลิ้นที่ปาดไล้พาให้เสียวใจแทบขาด และพอรู้สึกตัวอีกที ร่างทั้งร่างก็ชาวาบ หายใจหอบถี่ราวกับไปวิ่งมาสักร้อยกิโลฯ

ภากรลุกขึ้นนั่งเมื่อภารกิจพาสาวเข้าฝั่งฝันเป็นผลสำเร็จ เขาดึงขาหล่อนเข้าหาตัว ให้ร่างเขาแทรกอยู่ระหว่างขาของหล่อน ลมหายใจที่ยังหอบแรงนั้นพาให้พุ่มทรวงอวบงามกระเพื่อมไหว เขาดึงตัวตนแห่งชายออกมาจากจากกางเกงชั้นใน มันผงาดง้ำยิ่งใหญ่ ทั้งร้อนผ่าวและฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดธาราแห่งความต้องการ 

มือแกร่งเริ่มสาวรูดมันช้าๆ ขึ้น...ลง ขึ้น...และลง ราวกับจะยั่วยวนคนที่จ้องมันอยู่ เขากดความต้องการอันมากล้น เพื่อจะได้ดูปฏิกิริยาของคนที่เฝ้ามอง 

ริษากลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ แม้จะสำเร็จเสร็จสมด้วยปลายลิ้นอันพลิกพลิ้วของภากร แต่ตอนที่เขามาสาวรูดตัวตนเพื่อยั่วกันเช่นนี้ ความปรารถนาก็แล่นมาออที่จุดนั้นอีกคราหนึ่ง บางคราวที่เขาวางชิ้นส่วนอันแข็งขึงทาบกับเนินเนื้อโหนกนูนของเธอ เพียงแค่ผิวเนื้อสัมผัสแตะต้องกัน ร่างกายเธอก็อดมิได้ที่จะสะเทือนแรง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งเข้ามาปะทะ ยิ่งตอนที่เขาบดบี้ท่อนลำอันร้อนผ่าวกับส่วนอันเล็กจ้อยที่ผลิพุ่งออกมาราวกับเกสรของบุหงางาม เธอก็เหมือนจะเสร็จสมอีกรอบหนึ่ง มิใช่แค่ร่างกายเธอที่ผุดหยาดธาราแห่งปรารถนา แต่ชิ้นส่วนแห่งความเป็นชายก็เช่นกัน ปลายสุดของความแข็งแกร่งนั้น หยาดรักใสๆ กำลังหยดย้อยลงมาที่ชิ้นส่วนแห่งความเป็นหญิงของเธอ ราวกับอยากประกาศว่าเขาเองก็ปรารถนาร่างนี้ ราวกับจะบอกว่าเขา...ก็กำลังจะทนไม่ไหวเช่นกัน

“อึก!” 

เพียงแค่ปลายยอดแห่งท่อนลำอันกร้าวแกร่ง สอดแทรกเข้ามาในร่องรูอันเล็กจ้อย ร่างสาวก็ได้ผวาเฮือกรุนแรง สองมือของริษาดันแผ่นอกหนาของภากรให้ออกห่าง แต่เขากลับขยับเข้ามาใกล้ ดุนดันความเป็นชายเข้าใส่ร่างของเธอ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายในห้องโดยสารที่ยังติดเครื่องยนต์ แอร์เย็นฉ่ำไม่สามารถบรรเทาความร้อนของคนทั้งสองได้ หยดน้ำตาใสๆ ไหลรินบนแก้มของคนที่กำลังเจ็บจุกเกินบรรยาย 

ภากรโน้มร่างลงไปหาริษา ใบหน้าเขาเหยเกด้วยความอึดอัดและคับแน่นที่กำลังพบเจอ มีเพียงคำถามเดียวที่ดังก้องอยู่ในอกตอนนี้ แค่คำถามเดียวจริงๆ

“นี่เธอ...ยังบริสุ...”

หมับ!

ถ้อยวาจาของภากรถูกปิดกั้นด้วยมือบางของริษา เธอหลับตาแน่น สูบลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ความเจ็บปวดประเดประดังเข้ามา ประหนึ่งว่าเขาพาเสาหินอันยิ่งใหญ่สอดใส่ในรูเข็มก็มิปาน

ครืดๆ ครืดๆ 

โทรศัพท์สั่นแรงในกระเป๋ากางเกง ภากรไม่รู้จะทำเช่นไรดี เจ็บก็เจ็บ แต่คนที่ปลายสายก็ไม่ยอมรามือง่ายๆ โทรจิกขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ละว่าใคร

ครืดๆ ครืดๆ 

เสียงสั่นครืดๆ ช่างกดดันหนุ่มสาวได้ดีแท้ มือของริษาหลุดจากปากของภากร เธอดันอกเขาออกแต่อีกฝ่ายไม่นำพา เขาช้อนแขนใต้ร่างเธอ ดึงเธอขึ้นไปหา เพื่อปรับเปลี่ยนท่วงท่าให้เธอได้อยู่ข้างบน หัวใจเธอยังเต้นแรง ยิ่งตอนที่เธอนั่งคร่อมเขา มีชิ้นส่วนแห่งชายหญิงสวมสอดกอดรัดกันไว้เช่นนี้ 

ครืดๆ ครืดๆ

“รับสายเถอะ หรือไม่ก็ปิดเครื่องซะ!” เธอสั่งคนที่เอนร่างพิงเบาะ สองมือเธอค้ำอกเขาอยู่ ต้องค้ำมือไว้ท่านี้เพราะไม่รู้จะวางมันไว้ตรงไหนดี 

ภากรล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาถึงกับครางอย่างเคืองใจเมื่อเห็นว่าเป็นมารดาจริงๆ ที่โทรเข้ามา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป